1. คิดเยอะไป เป็นภัยแก่ตัว

มีอะไรหลายอย่างเลยที่ทำให้เราลดไขมันได้ดี แต่มี ‘บางอย่าง’ ที่คือสิ่งที่ ‘ต้องทำ‘ 

เรามัวแต่แชร์ท่าออกกำลังกายที่บ่อยครั้งเลยที่ ‘advance’ แลดูยากยิ่งนัก แล้วก็ท้อเอง 
.
บ่อยครั้งที่เราเปลี่ยนวิธีการไดเอ็ทตามที่อ่านดูแล้วน่าสนใจ เปลี่ยนบ่อยเกินไป ไม่ได้อะไรเลย เพราะเลือกไม่ถูก วันนึง high carb อีกวันเปลี่ยนมา high fat แนว keto รวมๆกันกลายเป็นอ้วนขึ้น
.
หลักความจริงคือ พื้นฐานเลย คือ การเลือกอาหาร และสัดส่วนที่ถูกต้องนี่สำคัญที่สุด นั่งลงคุยกับตัวเองว่า สายไหนถูกกับเราที่สุด เป็นไปได้ที่สุด ทำได้ตลอดไปหรือนานที่สุด ดูให้รู้ก่อนว่า เนื้อ 100 กรัม โปรตีน 30 กรัม หน้าตาแบบไหน ข้าว 1 ทัพพี ให้คาร์บเท่าไหร่ แล้วทีนี้จะไปกินอาหารที่ไหนก็กินได้ เอาพื้นให้แน่นก่อนเลยค่ะ ในอินเตอร์เน็ตเยอะมาก หาสิ่งที่เรากินบ่อยๆ เอาเป็นแบบอย่าง เนื้อ 1 ฝ่ามือนี่โปรตีนกี่กรัม ไม่ต้องเป๊ะ แค่ต้องรู้


2. พยายามใส่เยอะเกินในระยะแรก 



เรื่องเดิม เพิ่มมุมใหม่ คือ อย่าพึ่งพยายามไปถึงจุดที่ว่า ควรกินผัก 17 อย่างในหนึ่งวันให้ได้ ตัวไหนมี BCAA ดีต่อตับไตแค่ไหน ยังไม่ต้องค่ะ อาทิตย์แรกๆ นี่ เอาให้ง่ายเลย ให้ชินกับการกินแบบนี้ไปก่อน ยากนักพอดีเลิกก่อน จบกันเลย


3. หัดหิวให้เป็น


ไม่ได้ให้อดอยาก แต่อย่ากังวลจนเกินเหตุ ลนลานเพราะกลัวหิว แล้วจะอิ่มหรอกินแบบนี้ ลองก่อนสิคะ แล้วค่อยปรับ เพราะจริงๆแล้ว “tolerable hunger” หรือความหิวที่พอทนได้นี่คือสิ่งที่ดีนะคะ ไม่ใช่ท้องร้องจ้อกๆ ตาลายนะคะ นั่นก็เกินไป
.
โดยเฉพาะเริ่มแรกเลย ที่เริ่มไดเอ็ทเนี่ย ถ้าอิ่มตลอดเวลาเหมือนเดิม เพิ่มเวย์นี่แปลว่า เรายังกินในปริมาณที่เยอะเกินไปอยู่
.
หิวนิดๆเนี่ย ไม่ทำให้เราตายหรอก



4. หาเพื่อนลงเรือลำเดียวกัน



เหงานะ ลดความอ้วนคนเดียวเนี่ย ถ้าไม่มีคนรอบข้างสนับสนุนนี่ยิ่งไปกันใหญ่ นี่ไม่นับพวกเตือน ระวังเข่านะ หิวตายเลย โพสต์รูปอาหารล่อ คือ ใช้มุขนี้กันคุ้มจัง คนที่ไดเอ็ทเปลี่ยนชีวิตเนี่ยเริ่มแรกเค้าก็แย่พอแล้ว ทรมานพอแล้วค่ะ ไม่ต้องเข้าไปซ้ำเติมเค้าหรอก มีนะคะ คนที่มาบ่นกับโค้ช อย่าคิดว่าไม่มี

แต่ถ้าเรามีเพื่อนร่วมแนวทางเดียวกัน คุยกันรู้เรื่อง บ่นด้วยกัน แลกเทคนิคกัน เราจะทรมานน้อยกว่า เลือกอาหารได้ดีกว่า ออกกำลังกายได้หนักกว่า มีวินัยกว่า มีความสุขกว่า 



5. ค่อยๆทำไปทีละนิด


แรกๆจะยากมาก การเปลี่ยนชีวิตเนี่ย แล้วก็จะง่ายขึ้นๆ ชินขึ้นไปเรื่อยๆ แต่ถ้าเปลี่ยนชีวิตแบบพรวดเดียว ตัดหมดทุกสิ่ง กินแต่ผักกับน้ำ ถามจริงๆว่าจะอยู่แบบนั้นได้นานแค่ไหน อะไรที่เหวี่ยงแรงไป สุดขั้วไป แรงสะท้อนก็จะกลับมาแรงแค่นั้น เบรคแตกกลับไปกินเหมือนเดิม เผลอๆเยอะกว่าเดิมอีก ทดแทนแคลอรี่ที่ขาดไปช่วงไดเอ็ท

แต่ถ้าทำไปทีละนิด เห็นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น หุ่นที่เปลี่ยน ไขมันที่ลด มีกำลังใจมากขึ้น ไม่รู้จะกินไปทำไม พวกอาหารขยะเหล่านั้น เราก็จะค่อยๆห่างไปเรื่อยๆจากอาหารขยะเหล่านั้น


6. เหลือความสุขอยู่บ้าง


ไม่ต้องตัดขนมตลอดไป แค่ไม่กินมากเท่าเดิมเท่านั้นเอง จากที่กินเค้กมื้อละชิ้น 3 เวลา เราก็กินวันละครั้งก่อน จากนั้นก็เหลืออาทิตย์ละครั้ง 

นี่ไม่ใช่ความอ่อนแอ ถ้าวินัยไม่เป๊ะ นั่นคือเราเป็นมนุษย์ มีขาด มีเหลือ มีเกิน แต่ไม่ใช่มีอิ่มจนจุกในเวลาลดความอ้วน


7. บันทึกวันที่ทำสำเร็จ



จะได้เห็นเป็นรูปเป็นร่าง มีกำลังใจที่จะทำต่อไป ลองคิดดูว่า ผ่านมาเดือนนึงแล้วเราทำสำเร็จทุกวันเป็นเวลา 30 วัน กาไว้เลยบนปฎิทินจะได้เห็นค่ะ


8. อย่าปรับแผนบ่อย



สิ่งที่โค้ช (น่าจะเกือบทุกคน) เกลียดมากคือ เอาตารางไปแล้วขอเปลี่ยนตาราง ปรับตารางใหม่ ยากจัง หรือเอาตารางไปแล้วไม่พยายามทำเลย แล้วมาขอตารางใหม่ เพราะตารางเก่าไม่เวิร์ค! ที่ไม่เวิร์คเพราะไม่ทำค่ะ ไม่ใช่เพราะยากไป 

ลองทำก่อนซักอาทิตย์นึง 3 วันก็ได้ แล้วค่อยมาคุยกันว่า ควรจะปรับตารางเพราะอะไร เพื่ออะไร