รวบเจ้าของ “แหลมเกต” ร้านบุฟเฟ่ต์อาหารทะเลชื่อดัง โฆษณาข้อความเท็จ ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน หลังออกบัตรโปรโมชั่นลดกระหน่ำสุดท้ายปิดตัว ไม่คืนเงินลูกค้า ตำรวจฝากขังศาลค้านประกันหวั่นหลบหนี

เมื่อวันที่ 9 ก.ย. ที่บก.ปคบ. พล.ต.ต.ศิรัชเขตร์ ครูวัฒนเศรษฐ์ ผบก.ปคบ. สั่งการให้ พ.ต.อ.อิทธิพล พงษ์ธร ผกก.กก.1 บก.ปคบ. และชุดสืบสวน กก.1 บก.ปคบ. นำกำลังจับกุม นายอพิชาต บวรบัญชารักข์ หรือ นายโจม พารณจุลกะ เจ้าของบริษัท แหลมเกต อินฟินิท จำกัด ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 1089/2562 ลงวันที่ 24 ก.ค.62 ฐานความผิด “ร่วมกันก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในแหล่งกำเนิดคุณภาพ ปริมาณในสินค้าหรือบริการด้วยการโฆษณาข้อความอันเป็นเท็จ และร่วมกันฉ้อโกงประชาชน” อันเป็นความผิดตามกฎหมายพ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 มาตรา 47 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 343 โดยจับกุมได้ภายในซอยพหลโยธิน 11 กรุงเทพฯ

สืบเนื่องจากบริษัท แหลมเกต อินฟินิท จำกัด ซึ่งได้ประกอบกิจการร้านอาหารทะเลบุฟเฟ่ต์มีอาหารหลายชนิด ได้ออกโปรโมชั่นคิดค่าอาหาร ผ่านทางเฟซบุ๊กและทางเว๊บไซด์ของร้านชื่อ www.laemgate.net และ Line:@laemgate จำหน่ายบัตรรับประทานอาหารทะเล อาทิ “โปรราชาทะเลบุฟเฟ่ต์” ขายเป็นชุดๆ ละ 880 บาท ตกใบหรือที่นั่งๆ ละ 88 บาท, “โปรนาทีทองมาแล้วจ้า” ขายเป็นชุดๆ ละ 2,020 บาท มี 20 ที่นั่งๆ ละ 101 บาท, “โปรแฟนพันธุ์แท้” ขายเป็นชุดๆ ละ 3,000 บาท มี 30 ที่นั่งๆ ละ 100 บาท เป็นต้น โดยบัตรรับประทานอาหารสามารถใช้ได้ภายใน 1 ปี ซึ่งแต่ละโปรโมชั่นและมีราคาถูกต่ำกว่าความเป็นจริง ทำให้มีผู้สนใจสั่งซื้อบัตรดังกล่าวจำนวนมาก

ต่อมาเมื่อลูกค้าได้เข้าไปรับประทานอาหารปรากฏว่ารายการอาหารไม่ตรงตามที่โฆษณา และให้จ่ายเงินค่าอาหารเพิ่ม บางรายได้จองนัดหมายกับร้านเพื่อเข้าไปรับประทานอาหารไว้แล้ว แต่ไม่อาจเข้าไปรับประทานอาหารได้ อีกทั้งระยะหลังทางร้านได้นำวัตถุดิบคุณภาพต่ำมาขายให้ลูกค้าจนถูกตำหนิ และทางร้านได้แจ้งขอยกเลิกและงดให้บริการทุกโปรโมชั่นอ้างว่า วัตถุดิบอาหารทะเลมีราคาสูงเกินกว่าที่คาดการณ์และไม่เพียงพอต่อความต้องการ พร้อมประกาศปิดตัวเนื่องจากแบกรับภาระค่าใช้จ่ายไม่ไหว โดยจะคืนเงินให้กับผู้เสียหาย แต่เมื่อมีการสอบถามก็บ่ายเบียงไม่ได้รับคำตอบในการคืนเงิน ทำให้ลูกค้าก่อนหน้าที่เคยซื้อบัตรส่วนลดโปรโมชั่นไว้ล่วงหน้าได้รับความเสียหายจำนวนมาก จึงร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน

ต่อมาพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานจนสามารถออกหมายจับ และติดตามจับกุมได้เมื่อวันที่ 6 ก.ย.ที่ผ่านมา และควบคุมตัวมาสอบสวนพร้อมกับฝากขังครั้งแรกที่ศาลอาญา เมื่อวันที่ 7 ก.ย. โดยในเบื้องต้นผู้ต้องหา ขอให้การในชั้นศาล ทางพนักงานสอบสวนจึงได้ทำการคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากมีมูลค่าความเสียหายสูงกว่า 2,207,204 บาท เกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี